💍 จดทะเบียนสมรสกับคนเนเธอร์แลนด์: จดที่ไทยหรือเนเธอร์แลนด์ดีกว่า? พร้อมเจาะลึกเอกสารและค่าใช้จ่ายจริง
ความฝันอยากใช้นามสกุลฝรั่งแล้วจูงมือแฟนมาจดทะเบียนที่เมืองไทยเพราะคิดว่า "ฟรีและง่าย" อาจทำให้คุณต้องคิดใหม่ เพราะเบื้องหลังงานแต่งริมทะเลหรือห้องแอร์เย็นๆ ที่อำเภอ มันแลกมาด้วยมหากาพย์เอกสารและค่าใช้จ่ายก้อนโตที่หลายคนคาดไม่ถึงค่ะ!
1. มหากาพย์ "ใบเปลี่ยนชื่อ" และ "การหย่าร้าง" ของฝั่งไทย
อย่าคิดว่ามีแค่พาสปอร์ตกับบัตรประชาชนแล้วจะจบนะคะคุณขา ถ้าประวัติชีวิตของคุณมีสีสันผ่านการเปลี่ยนชื่อหรือผ่านการแต่งงานมาแล้ว เตรียมรับมือกับกฎระเบียบสุดเข้มงวดได้เลย:
- คนเคยเปลี่ยนชื่อ: ต้องขนใบเปลี่ยนชื่อทุกใบในชีวิตมาแปลและรับรองแบบเรียงไทม์ไลน์ ตั้งแต่ปัจจุบันย้อนกลับไปจนกระทั่งชื่อ-นามสกุลในเอกสาร ตรงกับสูติบัตร (Birth Certificate) ฉบับดั้งเดิม ขาดตอนไปใบเดียวมีสิทธิ์โดนตีตกยาวๆ
- คนเคยผ่านการหย่ามาแล้ว: ต้องใช้ทั้ง "ใบทะเบียนสมรสเดิม" และ "ใบหย่า" นำไปแปล ผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศของไทย (MFA) และต้อง Legalise ซ้ำที่สถานทูตเนเธอร์แลนด์ในกรุงเทพฯ ก่อนนำมาใช้ เพื่อพิสูจน์ให้โลกรู้ว่าเคลียร์หนี้รักเก่าสะอาดหมดจดแล้วจริงๆ
2. แฟนคนดัตช์ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง? (เมื่อเลือกมาจดทะเบียนที่ไทย)
เนื่องจากจดทะเบียนที่ไทย ค่าธรรมเนียมที่อำเภออาจจะถูกแสนถูก แต่ฝ่ายชายชาวดัตช์ต้องเผชิญหน้ากับขั้นตอนเอกสารหฤโหดไม่แพ้กัน:
- Affirmation of Freedom to Marry: ฝ่ายชายต้องขอหนังสือรับรองความโสดจากทางการเนเธอร์แลนด์หรือสถานทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย เพื่อยืนยันว่าไม่มีเมียซ่อนไว้ที่ยุโรป
- วังวนการแปลและประทับตรา: เอกสารภาษาอังกฤษจากสถานทูต ใช้ยื่นอำเภอไทยตรงๆ ไม่ได้! ต้องจ้างแปลเป็นภาษาไทย จากนั้นต้องหิ้วไปเข้าคิวประทับตรารับรองที่ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (แจ้งวัฒนะ) เสียก่อน
- ค่าใช้จ่ายแฝงที่ไม่(ค่อย)ฟรี: แม้ค่าจดทะเบียนที่อำเภอจะฟรีหรือเสียแค่ไม่กี่บาท แต่ค่าธรรมเนียมสถานทูต ค่าแปลเอกสารแบบบวกภาษี และค่าวิ่งเต้นรับรองเอกสาร รวมกันแล้วกระเป๋าฉีกไปหลายร้อยยูโรแน่นอน
3. เคล็ดลับลัด: จดที่เนเธอร์แลนด์ใช้ชุดเอกสารเดียวกับ MVV!
อันที่จริงแล้ว การเดินทางมาจดทะเบียนสมรสโดยตรงที่เนเธอร์แลนด์ (หรือการเตรียมย้ายไปอยู่ด้วยกัน) เราใช้เอกสารชุดตั้งต้นตัวเดียวกับการขอวีซ่า MVV เป๊ะๆ เลยค่ะ!
- เอกสารหลักที่ต้องเตรียมฝั่งไทยมีเพียง หนังสือรับรองความเป็นโสด และ สูติบัตร ที่ผ่านการแปลจากผู้แปลที่ได้มาตรฐาน นำไปผ่านการรับรองจากกองนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แล้วนำไป Legalise ซ้ำอีกครั้งที่สถานทูตเนเธอร์แลนด์ในประเทศไทย
- ดังนั้น หากแพลนไว้แล้วว่าจะย้ายไปใช้ชีวิตด้วยกันที่โน่น การเตรียมเอกสารชุดนี้ชุดเดียวให้จบตั้งแต่ยังอยู่ไทย จะช่วยให้คุณสามารถหิ้วข้ามมาใช้ยื่นจดทะเบียนที่ Gemeente ของเนเธอร์แลนด์ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาทำเรื่องซ้ำซ้อนเลยค่ะ
4. กับดักนามสกุลฝรั่ง: รักร้าวแล้วเอาออกยังไง?
อีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่สาวไทยหลายคนพลาดกันเยอะ คือตอนแต่งงานขยันเปลี่ยนนามสกุลตามสามีเพื่อความเก๋ไก๋ แต่พออยู่กันไปนานๆ น้ำต้มผักเริ่มไม่หวาน จนต้องหย่าร้างกัน สิ่งที่ตามมาคือ "นามสกุลอดีตสามีที่ยังติดอยู่บนพาสปอร์ตและเอกสารราชการ" กลายเป็นอนุสาวรีย์ความช้ำที่หลายคนอยากสะบัดทิ้ง!
- สถานะหลังหย่า: เมื่อคุณหย่าขาดจากกันที่เนเธอร์แลนด์ Gemeente จะเปลี่ยนสถานะคุณเป็นโสดในระบบ แต่ตัวนามสกุลฝรั่งจะยังคงอยู่ จนกว่าคุณจะแจ้งความประสงค์ขอเปลี่ยนกลับไปใช้ นามสกุลเดิมก่อนสมรส (Meisjesnaam)
- มหากาพย์การเปลี่ยนพาสปอร์ต: หากคุณยังถือสัญชาติไทย การเปลี่ยนนามสกุลกลับไม่ง่ายแค่เซ็นชื่อที่เขตดัตช์จบ เพราะคุณต้องไปเดินเรื่องเปลี่ยนนามสกุลในทะเบียนบ้านที่ไทย (หรือผ่านสถานทูตไทยในเนเธอร์แลนด์) เพื่อให้พาสปอร์ตไทยเล่มใหม่กลับมาใช้นามสกุลเดิม ไม่งั้นชื่อในเอกสารไทยกับดัตช์จะตีกันวุ่นวายเวลาเดินทางข้ามประเทศแน่นอนค่ะ!
5. สรุปแล้ว... จดที่ไทยหรือเนเธอร์แลนด์ดีกว่ากัน?
- จดที่ไทย: เหมาะกับคู่ที่สะดวกจัดงานที่ไทย มีครอบครัวฝ่ายหญิงอยู่พร้อมหน้า แต่ต้องแลกมากับความเหนื่อยยากในการวิ่งเต้นแปลเอกสารและค่าใช้จ่ายรอบตัวของฝ่ายชาย รวมถึงต้องคิดให้รอบคอบเรื่องนามสกุลระยะยาวด้วย จดทะเบียนที่ไทย จะสะดวกสำหรับคู่ที่จะลงหลักปักฐานกันในประเทศไทย เพราะการทำอะไรด้วยทะเบียนสมรสไทย ในประเทศไทยเองก็ไม่ต้องแปลอะไรกลับไปกลับมาแล้ว สะดวก แต่หากคุณทั้งสองจะย้ายมาอาศัยอยู่ในเนเธอร์แลนด์ คุณจะต้องนำเอกสารทะเบียนสมรสจากไทย มาเข้าระบบที่เนเธอร์แลนด์ ก็จะมีค่าใช้จ่ายเหมือนกับการรับรองเอกสาร ที่ทำตามหลักจนเรียบร้อยครบถ้วน พร้อมนำมาใช้ในเธอร์แลนด์
- จดที่เนเธอร์แลนด์: ระบบระเบียบชัดเจน รวดเร็วในแง่ฐานข้อมูลท้องถิ่น (Gemeente) เมื่อขอวีซ่า mvv มา แล้วมาจดทะเบียน ก็จะสะดวกที่สุด ประหยัดที่สุด แต่วันไหนที่จะไปเมืองไทย หรือขอวีซ่าในการไปพำนักให้ฝ่ายสามีด้วยการใช้ non-o marriage ก็จะต้องทำการรับรองทะเบียนสมรสนั้น เพื่อไปใช้ในประเทศไทยค่ะ ในส่วนนี้ก็เลี่ยงได้ด้วยการขอวีซ่า non-o pension แทนได้ค่ะ ถ้าอายุถึง 50 ปี