แม่และเด็กในเนเธอร์แลนด์: การเตรียมตัว สวัสดิการ และการเลี้ยงดู
การมีบุตรและการเลี้ยงดูเด็กในเนเธอร์แลนด์มีรายละเอียดและระบบสวัสดิการที่ค่อนข้างแตกต่างจากประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอกสารการพาบุตรย้ายมาอยู่ด้วย ขั้นตอนการตั้งครรภ์ สิทธิประโยชน์จากรัฐ ไปจนถึงการเลือกโรงเรียนค่ะ
1. การเตรียมตัวและเอกสารพาบุตรมาเนเธอร์แลนด์
สำหรับคุณแม่ที่มีบุตรจากความสัมพันธ์เดิม และต้องการเดินทางมาพำนักในเนเธอร์แลนด์ร่วมกับบุตร:
- การขอวีซ่า: ต้องดำเนินการยื่นขอวีซ่าตามขั้นตอนการติดตามครอบครัว (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ในหมวดวีซ่าติดตาม / MVV)
- หนังสือเดินทาง (Passport): บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องให้ผู้มีอำนาจปกครองพาไปทำหนังสือเดินทางไทยให้เรียบร้อย สามารถตรวจสอบข้อกำหนดได้ที่เว็บไซต์กงสุล consular.mfa.go.th
2. การตั้งครรภ์และการคลอดบุตร
ขั้นตอนเมื่อรู้ตัวว่าตั้งครรภ์
- ตรวจการตั้งครรภ์: ซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์ (Zwangerschapstest) ได้ตามร้านดรักสโตร์ทั่วไป เช่น Kruidvat หรือ Etos
- แจ้งหมอประจำบ้าน (Huisarts): เมื่อตรวจพบว่าตั้งครรภ์ ให้เข้าพบ Huisarts เพื่อแจ้งเรื่อง หมอจะให้รายชื่อและข้อมูลติดต่อคลินิกผดุงครรภ์ (Verloskundige) ในเขตพื้นที่ของคุณ
- รับการดูแลจากผดุงครรภ์: ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ คุณแม่จะได้รับการดูแลโดยผดุงครรภ์เป็นหลัก ทั้งการตรวจเลือด อัลตราซาวนด์ และการตรวจสุขภาพตามระยะ
- เลือกสถานที่คลอด: ในเนเธอร์แลนด์ คุณแม่สามารถเลือกได้ว่าจะคลอดที่บ้าน (Thuisbevalling) หรือคลอดที่โรงพยาบาล (Ziekenhuis)
- *ข้อควรรู้: ระบบการแพทย์ดัตช์เน้นการคลอดตามธรรมชาติ การผ่าคลอด (Keizersnede) จะทำต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้น
- หากเลือกคลอดที่บ้าน ต้องเตรียมชุดอุปกรณ์คลอด (Kraampakket) ไว้ให้พร้อมก่อนกำหนดคลอด
- สังเกตอาการผิดปกติ: หากมีอาการปวดศีรษะรุนแรง ร่างกายบวมผิดปกติ หรือความดันขึ้นสูง ต้องรีบแจ้งผดุงครรภ์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะครรภ์เป็นพิษ
การดูแลหลังคลอด (Kraamzorg)
เนเธอร์แลนด์มีระบบพยาบาลดูแลหลังคลอดที่บ้านเรียกว่า Kraamzorg ซึ่งเป็นระบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยพยาบาลจะเดินทางมาดูแลคุณแม่และทารกที่บ้าน ช่วยสอนวิธีอุ้ม อาบน้ำ ให้นมลูก ตรวจเช็กสุขภาพแม่และเด็ก รวมถึงช่วยทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า และจัดเตรียมอาหารเบาๆ ตามจำนวนชั่วโมงที่ได้รับการอนุมัติจากประกันภัยสุขภาพค่ะ
3. การส่งเสริมพัฒนาการและภาษา (เด็กสองภาษา)
เด็กที่เติบโตในครอบครัวต่างวัฒนธรรมมักจะต้องเรียนรู้มากกว่าหนึ่งภาษา ซึ่งอาจทำให้เด็กมีช่วงหยุดคิดประมวลผล (พูดช้ากว่าปกติเล็กน้อย) ถือเป็นเรื่องธรรมชาติของการพัฒนาทักษะทางภาษาค่ะ
ข้อแนะนำในการใช้ภาษากับลูก
- หลักการคนละภาษา (One Person, One Language - OPOL): แนะนำให้คุณพ่อและคุณแม่พูด "ภาษาแม่" ของตนเองกับลูกอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น คุณแม่พูดภาษาไทยกับลูก ส่วนคุณพ่อชาวดัตช์พูดภาษาดัตช์กับลูก ไม่ควรพูดสลับภาษาปนกันในประโยคเดียวกัน
- ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษาดัตช์ของลูก: เด็กจะสามารถเรียนรู้ภาษาดัตช์ได้อย่างรวดเร็วเมื่อเริ่มเข้าสังคม เพื่อนบ้าน และโรงเรียน การที่คุณแม่พูดภาษาดัตช์ที่ไม่แข็งแรงใส่ลูก อาจทำให้เด็กซึมซับไวยากรณ์หรือสำเนียงที่ไม่ถูกต้องไปใช้ได้ค่ะ
4. สวัสดิการและเงินช่วยเหลือบุตรจากรัฐบาลดัตช์
รัฐบาลเนเธอร์แลนด์มีเงินช่วยเหลือเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตร (อายุไม่เกิน 18 ปี) หลายประเภท ดังนี้:
- Kinderbijslag: เงินอุดหนุนช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูบุตรขั้นพื้นฐาน จ่ายโดยองค์กร Sociale Verzekeringsbank (SVB) เป็นรายไตรมาส (ทุก 3 เดือน)
- Kindgebonden Budget: เงินช่วยเหลือเพิ่มเติมสำหรับครอบครัวที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง โดยจะคำนวณจากรายได้รวมและทรัพย์สิน (Vermogen) ของผู้ปกครอง จัดสรรโดยกรมสรรพากร (Belastingdienst / Toeslagen)
- Kinderopvangtoeslag: เงินช่วยเหลือค่ารับเลี้ยงเด็ก สำหรับผู้ปกครองที่ต้องทำงาน หรือเรียนหนังสือในหลักสูตรที่ได้รับการรับรอง (รวมถึงผู้ที่เรียนคอร์ส Inburgering) โดยสถานรับเลี้ยงเด็กนั้นต้องขึ้นทะเบียนในระบบ Landelijk Register Kinderopvang (LRK)
5. ระบบการศึกษาและการฝากเลี้ยงเด็ก (Opvang & School)
| ช่วงอายุ |
ประเภทสถานรับเลี้ยง / โรงเรียน |
รายละเอียด |
| 2.5 – 4 ขวบ |
Peuteropvang / Peuterspeelzaal |
สถานรับเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียน เน้นให้เด็กได้เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนสัปดาห์ละ 1–2 วัน สามารถขอคำปรึกษาคิวจองได้จากศูนย์สุขภาพเด็ก (Consultatiebureau) |
| 4 – 12 ขวบ |
Basisschool |
โรงเรียนประถมศึกษา (สามารถเริ่มเข้าเรียนได้ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ และบังคับเข้าเรียนตามกฎหมายเมื่ออายุครบ 5 ขวบ) |
| วัยเรียน (หลังเลิกเรียน) |
Buitenschoolse Opvang (BSO / NSO) |
บริการรับฝากเด็กหลังเลิกเรียน เหมาะสำหรับผู้ปกครองที่ทำงานประจำ โดยจะมีกิจกรรม อาหารว่าง และดูแลเด็กจนกว่าผู้ปกครองจะมารับกลับบ้าน |
*หากต้องการหาคนรับจ้างเลี้ยงเด็กเป็นรายชั่วโมง (Oppas) สามารถค้นหาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น www.zoekoppas.nl ได้ค่ะ
6. บทความชวนคิด: "เรามีลูกเพื่ออะไร?"
(เรียบเรียงแนวคิดจากหนังสือ "เลี้ยงลูกถูกวิธี ชีวีเป็นสุข" โดย ศ.พญ.นงพงา ลิ้มสุวรรณ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น)
การตัดสินใจมีลูกของคนเรามักมาจากความต้องการของตัวผู้ใหญ่เองเป็นหลัก เช่น มีไว้ดูแลยามแก่เฒ่า มีไว้เป็นโซ่ทองคล้องใจ หรือมีตามความคาดหวังของครอบครัว แต่ในความเป็นจริง เด็กไม่มีโอกาสเลือกได้ว่าจะเกิดมาหรือไม่
ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อตัดสินใจให้เขาเกิดมาแล้ว คือผู้ใหญ่ต้องร่วมกันสร้างชีวิตที่มีคุณภาพ มอบความรัก ความเข้าใจ และการเลี้ยงดูอย่างถูกต้อง เพื่อให้เขาเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มีคุณภาพและมีความสุขในสังคมค่ะ