การจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยกับชาวดัตช์
การจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติในประเทศไทย สามารถทำได้ที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอทุกเขตทั่วประเทศ แต่ เขตบางรัก เป็นตัวเลือกยอดนิยมอันดับต้นๆ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบมีประสบการณ์สูงในการจัดการเอกสารข้ามชาติ อีกทั้งชื่อสถานที่ยังมีความหมายเป็นมงคล
1. เอกสารสำหรับฝ่ายไทย
- บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง
- ทะเบียนบ้านตัวจริง (ควรตรวจสอบล่วงหน้า เนื่องจากบางเขตอาจขอใบรับรองความเป็นโสดเพิ่มเติม หากไม่ใช่ทะเบียนบ้านในท้องที่ปัจจุบันของคุณ)
- ใบหย่า หรือทะเบียนสำเนาการหย่า (เฉพาะกรณีที่เคยผ่านการสมรสมาก่อน)
2. เอกสารสำหรับฝ่ายดัตช์
เอกสารส่วนตัวและเอกสารราชการจากประเทศเนเธอร์แลนด์ที่ต้องเตรียมล่วงหน้า:
- พาสปอร์ตดัตช์: ตัวจริงพร้อมสำเนา
- ทะเบียนบ้าน GBA (ปัจจุบันคือ BRP / RNI): ขอคัดลอกเอกสารรับรองการมีชื่อในทะเบียนบ้านจากเทศบาล (Gemeente) ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์
- หนังสือรับรองความสามารถในการสมรส (Certificate of Capacity to Contract Marriage): นำเอกสารจาก Gemeente ไปติดต่อที่สถานทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย เพื่อยื่นคำร้องขอออกใบรับรองนี้ (แนะนำให้เตรียมข้อมูลชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ของพยาน 2 คน ที่สามารถทำหน้าที่เป็นล่ามในวันยื่นเรื่องได้ด้วย)
- การรับรองและแปลเอกสาร: นำหนังสือรับรองจากสถานทูตไปแปลเป็นภาษาไทย จากนั้นนำทั้งต้นฉบับและฉบับแปลไปยื่นรับรองที่ กองสัญชาติและนิติกรณ์ กระทรวงการต่างประเทศ (ถนนแจ้งวัฒนะ) (มีบริการแบบปกติ 2 วันทำการ หรือแบบด่วนภายใน 2 ชั่วโมง)
- ใบหย่า (ถ้ามี): เอกสารการหย่าจากเนเธอร์แลนด์ที่ต้องนำมาแปลเป็นภาษาไทยและผ่านการรับรองเช่นเดียวกัน
กรณีจดทะเบียนสมรสที่เนเธอร์แลนด์แล้ว แต่อยากจัดพิธีแต่งงานในไทย
เมื่อจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายที่เนเธอร์แลนด์แล้ว สถานะภาพโสดจะสิ้นสุดลงทันที จึงไม่สามารถ "จดทะเบียนสมรสซ้ำ" ทางกฎหมายที่สำนักงานเขตในไทยได้อีก แต่สามารถดำเนินการขอเอกสารรับรองสถานะเพื่อใช้จัดพิธีหรือยื่นเรื่องต่อทางการไทยได้ ดังนี้:
- ขอใบทะเบียนสมรสภาษาอังกฤษ (Uittreksel uit de huwelijksakte) จากเทศบาลที่เนเธอร์แลนด์
- นำไปประทับตรารับรองจากกระทรวงการต่างประเทศเนเธอร์แลนด์ (Ministerie van Buitenlandse Zaken ที่กรุงเฮก)
- นำไปให้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ประทับตรารับรองเอกสาร
- นำเอกสารมาแปลเป็นภาษาไทย (สามารถใช้แบบฟอร์มแปลมาตรฐานจากกรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ หรือแปลเองตามระเบียบ) แล้วนำไปยื่นที่สำนักงานเขตหรืออำเภอ เพื่อบันทึกและขอใบรับรองการเปลี่ยนสถานะครอบครัว
หมายเหตุทางกฎหมายปัจจุบัน: หญิงไทยที่สมรสกับชาวต่างชาติและจดทะเบียนในเนเธอร์แลนด์ ไม่มีข้อบังคับทางกฎหมายไทยให้ต้องเปลี่ยนนามสกุลหรือคำนำหน้านามเป็น "นาง" โดยอัตโนมัติ สามารถคงใช้คำว่า "นางสาว" และนามสกุลเดิมได้ตามความสมัครใจเพื่อความต่อเนื่องของเอกสาร
การทำทะเบียนบ้านสีเหลือง (ท.ร.13) สำหรับชาวต่างชาติ
สำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย (เช่น มีวีซ่า Non-O) และต้องการมีชื่อในทะเบียนบ้านไทยเพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรมต่างๆ สามารถยื่นขอทำ ทะเบียนบ้านสำหรับคนต่างด้าว (เล่มสีเหลือง ท.ร.13) ได้ที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอตามทะเบียนบ้านของคู่สมรสไทย
ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียม
- ฝ่ายไทย: บัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้านเล่มสีน้ำเงิน (ท.ร.14) ของบ้านที่จะขอเพิ่มชื่อ
- ฝ่ายต่างชาติ: พาสปอร์ตตัวจริงพร้อมสำเนา, ใบแจ้งการพำนัก 90 วัน / ใบรับแจ้งที่พักอาศัย (เช่น TM.30), ทะเบียนสมรสที่ผ่านการรับรองและแปลเป็นไทยแล้ว, และรูปถ่ายหน้าตรง
- พยานบุคคล: นำพยาน 2 คนพร้อมสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านไปร่วมให้ถ้อยคำต่อหน้านายทะเบียน
สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม: เมื่อได้รับเล่มทะเบียนบ้านสีเหลือง (ท.ร.13) เรียบร้อยแล้ว ชาวต่างชาติสามารถนำเอกสารดังกล่าวไปยื่นทำ บัตรประจำตัวคนต่างด้าว (บัตรชมพู) ซึ่งมีเลขประจำตัว 13 หลัก ช่วยอำนวยความสะดวกในการติดต่อหน่วยงานราชการและทำธุรกรรมในประเทศไทยได้เทียบเท่ากับคนในพื้นที่