ตลาด ร้านค้า และห้างสรรพสินค้า

เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศเล็กๆ ในแต่ละเมืองจะมีย่านช้อปปิ้งเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไป เื่พื่อให้ความสะดวกสบายแก่พลเมือง ใกล้ที่ไหนก็ไปที่นั่น ตลาดสดประจำเมือง หรือประจำย่าน เป็นแหล่งสินค้าที่ถูก และมีให้เลือกมากมาย คุณสามารถจะพบตลาดนัดได้ตามจตุรัสใหญ่ๆของเมือง ส่วนมากมักจะมีอาทิตย์ละสองครั้ง ในตลาดสดมีสินค้าขายเกือบทุกชนิด ตั้งแต่เสื้อผ้า สินค้าสำหรับบ้านมือสอง เครื่องประดับ จักรยานทั้งเก่าและใหม่ อุปกรณ์สำหรับบ้านเรือน ผักผลไม้สด ชีส ผ้าที่ขายเป็นเมตร ต้นไม้ ดอกไม้ เนื้อสัตว์ต่างๆ ไปครั้งเดียวได้มาครบทุกอย่างเลยทีเดียว แถมยังต่อราคาได้อีกด้วย ถ้าคุณเป็นลูกค้าประจำ พ่อค้าแม่ขายบางเจ้าก็จะลดให้คุณไปเลย เมื่อจำหน้าได้

สำหรับคุณๆที่เป็นนักเรียน หรือเพิ่งมาอยู่ใหม่ การจะหาว่าสินค้าประจำอย่างที่เราเคยใช้ในเมืองไทย จะไปหาซื้อที่ไหน ค่อนข้างจะลำบากเล็กน้อย เพราะสินค้าบางอย่างก็ใช่ว่าจะมีชื่อภาษาอังกฤษให้เห็นกัน ลองมาดูว่าร้านค้าเหล่านี้แห่งไหน สะดวกในการเดินทางไปจับจ่ายซื้อหาของคุณ

ซุปเปอร์มาร์เก็ต
  • Albert Heijn ah หรือร้านสีฟ้า ร้านนี้มีบัตรลดราคาพิเศษที่เรียกว่า Bonus card คุณสามารถแจ้งความจำนงขอทำบัตรได้ฟรีที่เคาน์เตอร์บริการ บัตรนี้ใช้ลดราคาสินค้าเวลาซื้อได้ครั้งหนึ่งไม่น้อยค่ะ สำหรับสินค้าที่อยู่ในโปรโมชั่น aanbieding

  • AH to go เป็นร้านย่อยที่ราคาแพงเป็นพิเศษของ Albert Heijn พบได้ตามสถานีรถไฟ และแหล่งท่องเที่ยว ไม่สามารถใช้บัตรลด Bonus card ได้ แต่สะดวกในการหาของกินพกพาไประหว่างเดินทางไกล

  • Bas van der Heijden, Dirk van den Broek และ Digros ร้านนี้อาจจะชื่อไม่เหมือนกันในแต่ละเขต แต่สัญญลักษณ์สีแดงค่ะ เป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตสาขาใหญ่ที่ได้รับการยอมรับว่าขายสินค้ามียี่ห้อได้ถูกที่สุดในฮอลแลนด์

  • C 1000ซุปเปอร์นี้มีแคบหมู และมันหมูขายสำหรับเอาไปทำอาหารด้วย

  • Aldi ร้านสาขาของ Aldi ที่เยอรมันนี สินค้าราคาถูกมาก แต่ต้องระมัดระวังตรวจสอบคุณภาพให้ดี สินค้าส่วนมากผลิตในเยอรมัน ไม่ค่อยมียี่ห้อ แต่มีอาหารแช่แข็งอร่อยและราคาไม่แพงให้เลือกเยอะ

  • Lidl ร้านคู่แข่งของ Aldi สินค้าราคาถูกมาก และขายสากกระเบือยันเรือรบ ในเบลเยี่ยมก็มีสาขาด้วยค่ะ

  • Super De Boer อีกหนึ่งร้าน ที่ราคาค่อนข้างแพง

  • Edah ร้านนี้ก็มีบัตรลูกค้าประจำให้คุณสะสมการใช้จ่ายแลกสินค้าด้วยค่ะ

  • Konmar อีกหนึ่งร้านที่ราคาไม่แพง แต่ไม่ค่อยมีทุกเมือง

  • Plus ร้านนี้ก็หายาก แต่เนื้อสัตว์ที่นี่เป็นที่ยอมรับว่าคุณภาพดี

การเก็บตุนของกินและของใช้

การซื้อสินค้าประจำวันหลายๆชนิด ทางซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ มักจะมีสินค้าที่เป็นแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งราคาถูกกว่าสินค้ายี่ห้ออื่นๆ แบรนด์หนึ่งที่ถูกแน่ๆ คือ Euro Shopper คุณภาพไม่ได้ย่ำแย่ไปกว่ายี่ห้ออื่นสักกี่มากน้อย แต่ราคาต่างกันน่าดู

บ้านคนดัชต์มักจะมีห้องเก็บของ ตู้กับข้าว และตู้แช่แข็งไว้ตุนของใช้และอาหารโดยเฉพาะ ใครที่รับโฆษณาฟรีที่หยอดตามบ้าน ก็จะทราบว่าซุปเปอร์ไหน ร้านรวงใด มีสินค้าอะไรลดราคาพิเศษ จะได้ไปขนมาตุนไว้เยอะๆ ล่วงหน้า

วันจ่ายตลาด - koopavond

คนดัชต์ส่วนใหญ่จะไปจ่ายตลาดหาซื้ออาหารกันในวันพฤหัส หรือศุกร์ ร้านค้าต่างๆจะเปิดถึงสามทุ่ม ในแ่ต่ละเมือง อาจไม่ใช่วันเดียวกัน เช่นในอัมสเตอร์ดัมและอูเทรคเป็นวันพฤหัสบดี ในรอตเตอร์ดัมเป็นวันศุกร์ ส่วนในวันเสาร์ร้านจะปิดเร็วขึ้นนิดหน่อย และเกือบทุกร้านจะปิดวันอาทิตย์ ยกเว้นช้อบปิ้งเซ็นเตอร์ในเขต Centrum หรือในย่านที่มี Koopzondag (วันช้อปปิ้งวันอาทิตย์)

นอกจากนั้นในวันหยุดทางเทศกาล หรือวันสำคัญทางศาสนา ห้างร้านก็จะพากันปิด แต่ไม่ต้องกลัว เพราะเขาจะบอกล่วงหน้าหนึ่งอาทิตย์ หรืออย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 3 วันให้คุณได้เตรียมพร้อมไว้ก่อน

การใช้ตะกร้าและรถเข็นในซุปเปอร์มาร์เก็ต

ตะกร้าและรถเข็นเป็นการบังคับตามธรรมเนียม ร้านต่างๆจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยป้องกันคนขโมยฉกฉวยสินค้า วิธีการหนึ่งที่คุณจะให้ความร่วมมือที่ดี ก็คือใช้ตะกร้าหรือรถเข็นที่เขาเตรียมไว้ให้ บางร้านค้ารถเข็นสามารถคว้าแล้วเข็นไปได้เลย บางร้านคุณอาจจะต้องใส่เหรียญห้าสิบยูโรเซ็นต์เพื่อปลดล็อครถเข็น เมื่อคุณเอารถกลับมาคืนที่และใส่ล็อคกลับเข้าไป คุณก็จะได้เงินคืนไป (เวลากลับบ้านอย่าลืมเอาเงินกลับไปด้วยละค่ะ)

ในเกือบทุกร้าน มักจะมีช่องคิดเงินสำหรับตะกร้า ถ้าคุณซื้อของไม่มากชิ้น ก็ใช้บริการช่องนี้ได้เลยค่ะ เพื่อความสะดวก ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะต้องยืนรอ คนดัชต์หลายๆคน เข็นรถเข็นเต็มคัน เข้าคิวเรียงกันให้คุณรอจนหลับได้ โดยเฉพาะในวันจ่ายตลาด

เป้ กระเป๋าสะพายและกระเป๋าลาก ห้ามเข้า!

เพื่อลดปัญหาสินค้าโดนขโมย เป้และกระเป๋า จนถึงกระเป๋าลาก(สำหรับใส่สินค้าจากการจ่ายตลาด) จะไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าไป บางร้านจะมีที่เฉพาะให้คุณเอาไว้แขวนกระเป๋าของคุณ (บนรถเข็น) บางร้านจะมีที่สำหรับจอดกระเป๋าลากของคุณโดยมีเจ้าหน้าที่ช่วยเฝ้าไว้ให้ก่อน กระเป๋าเป้สะพายหลัง หรือกระเป๋าสะพายเล็กๆ คุณสามารถจะนำเข้าไปได้ ซึ่งพนักงานก็มีสิทธิจะขอเรียกตรวจกระเป๋าคุณได้ ในช่วงก่อนคุณจะเดินออกจากร้านไปคะ

ถุงจ่ายตลาด ที่แขวนไว้ข้างแคชเชียร์ ไม่ฟรี!

ประเทศฮอลแลนด์พยายามลดปริมาณขยะถุงพลาสติกให้น้อยลง โดยการคิดค่าถุง คนดัชต์มักจะนำถุงมาเองจากบ้าน ถุงพลาสติกอย่างใหญ่ราคาตั้งแต่ 9 –20 ยูโรเซ็นต์ ถุงกระสอบสานจะแข็งแรงและใหญ่กว่า ราคา 1 - 1.5 ยูโร ส่วนถุงพลาสติกใสเล็กๆสำหรับใส่เนื้อ และผักนั้น คุณหยิบใช้ได้ฟรีค่ะ ถ้าคุณซื้อถุงครั้งหนึ่งแล้วก็พยายามเก็บไว้ใช้คราวหน้า และไม่ลืมที่จะพกถุงติดกระเป๋าไปก็ดีค่ะ

ซื้อน้ำอัดลม กะเบียร์ โดนคิดค่าขวด

เช่นเดียวกับเหตุผลข้างบน คุณซื้อน้ำอัดลมขวดใหญ่ตั้งแต่หนึ่งลิตรครึ่งขึ้นไป เมื่อคุณจ่ายเงินแล้ว คุณอาจจะสงสัยได้ว่า ตกลงน้ำอัดลมนี่มันขวดละกี่ตังค์กันแน่ ทำไมราคามันไม่เท่ากับที่ติดป้ายเอาไว้ ขวดพลาสติกใหญ่ๆนั้นจะมีค่ามัดจำขวด 25 ยูโรเซ็นต์ ซึ่งคุณจะได้คืนเมื่อเอาขวดมาคืน สำหรับขวดเบียร์นั้นมีค่ามัดจำขวด 10 ยูโรเซ็นต์

การคืนขวดในแต่ละร้านอาจจะมีเครื่องอัตโนมัติไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่จะเป็นแบบวางนอน เป็่นช่องกลมๆยาวๆ ให้หยอดเอาก้นขวดเข้าไปก่อน หรือถ้าคุณเจอเครื่องแบบตั้ง ก็ให้วางขวดชิดแกนแล้วเครื่องมันจะหมุนไปเองอัตโนมัติ เมื่อคุณหยอดขวดจนครบแล้ว ก็ให้กดปุ่มรับใบเสร็จ Bon ซึ่งคุณจะเอาใบเสร็จนี้ไปใช้ในการหักค่าสินค้าเมื่อคุณช้อปปิ้งได้ภายในร้านเดียวกัน ภายในวันนั้นๆ

การจ่ายค่าสินค้า

ในร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตเกือบทั้งหมด จะไม่รับธนบัตร 100, 200, และ 500 ยูโร ในขณะที่บางร้านก็จะไม่รับเหรียญเงิน 1 และ 2 ยูโรเซ็นต์ค่ะ โดยถ้าใบเสร็จมีเศษเท่าไหร่ เขาก็จะปัดเศษขึ้นหรือลง เพื่อจะได้ไม่ต้องทอนเศษเหรียญเล็กๆนี้

อีกวิธีหนึ่งที่สะดวกและปลอดภัยในการจับจ่ายซื้อของก็คือการใ้ช้ pinpas หรือที่เราเรียกว่าเอทีเอ็มนั่นเอง ในร้านค้าทั่วไป คุณสามารถใช้เอทีเอ็มรูดจ่ายค่าสินค้า และกดรหัสได้โดยตรง ไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมากให้อันตราย นอกจากจ่ายเงินได้โดยตรงแล้ว หากว่าคุณต้องการจะได้เงินสดเอาไว้ใช้จ่ายค่าสินค้าอื่นๆ คุณก็ขอกดเงิน extra ออกมาได้ด้วย โดยแต่ละครั้ง จะกดเงินพิเศษออกมาได้ไม่เ่กิน 50 ยูโร (ในบางร้านอาจมีเสียค่าบริการเพิ่มเล็กน้อย)

หากว่าคุณมีใบเสร็จ bon จากการคืนขวด ก็ให้ยื่นให้แคชเชียร์ไปเลย สำหรับคนที่ใช้บริการซุปเปอร์มาร์เก็ตที่มีบัตรสมาชิกประจำเช่น Albert Heijn หรือ Edah ก็อย่าลืมนำบัตรออกมาให้แคชเชียร์ทำการสแกนหมายเลข นอกจากบัตรประจำแล้ว ยังมีบัตรสะสมแอร์ไมล์ ที่คุณสามารถจะยื่นให้แคชเชียร์สแกนหมายเลข เพื่อการสะสมไมล์ของคุณด้วย ถ้าหากว่าคุณมีบัตรโบนัสการ์ดแล้ว เจอใครที่เข้าแถวก่อนหน้าคุณ ลืมบัตรหรือไม่มี แสดงน้ำใจโดยให้เขาืยืมใช้ก็ไม่เสียหลายค่ะ (อย่าลืมรับคืนมานะคะ)

ใบเสร็จและใบประกัน

หากคุณซื้อของในร้าน โดยที่สินค้านั้นแจ้งว่ามีประกันรับรอง ทางร้านส่วนมากจะให้คุณเก็บใบเสร็จไว้แทนใบประกัน หากว่าสินค้าชำรุด หรือคุณซื้อสินค้าไปแล้ว ไม่ว่าเพราะสาเหตุใดก็ตาม ต้องการเปลี่ยนหรือคืนภายในช่วงที่เขาระบุ คุณก็นำสินค้าไปคืนได้เลยที่ร้านที่ซื้อพร้อมใบเสร็จเป็นหลักฐาน สำหรับสินค้าบางตัวที่ประกันมีอายุเกินหนึ่งปี คุณควรจะเก็บใบเสร็จไว้ในที่มืดและแห้ง เพราะใบเสร็จที่พิมพ์ด้วยกระดาษความร้อน หมึกจะจางหายไปได้ง่ายในแสงสว่างและความร้อน

ร้านค้าสไตล์กิฟท์ช้อบ และสินค้าในครัวเรือน
  1. Blokker ขายสินค้าพวกของประดับบ้าน ของขวัญและของใช้ภายในครัวเรือน

  2. Marskrammerสินค้าเช่นเดียวกับ Blokker

  3. Xenosสินค้าตกแต่งบ้าน

    ร้านเครื่องสำอางค์ ของใช้ในห้องน้ำ และยาประจำบ้าน
  4. Trekpleister

  5. Kruidvatสินค้าเช่นเดียวกับ Trekpleister แต่มีสาขาเยอะกว่า หาได้ง่ายทั่วไป

  6. Etosอีกหนึ่งร้านที่มีสินค้าหรูๆ หลายตัว ราคาัจัดว่าแพงกว่าสองร้านข้างต้น

    อุปกรณ์สร้างบ้านและสวน เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเรือน
  7. Gamma

  8. Karwei

  9. Praxisใน Praxis Tuincentrum มีขายต้นไม้ อุปกรณ์ทำสวน และจัดสวนด้วยค่ะ

  10. Ikeaห้างชั้นนำ ขายเฟอร์นิเจอร์ราคาเป็นกันเอง

  11. Media Marktอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเลคโทรนิค โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์

  12. Correctสินค้าเดียวกับ Media markt

    ร้านค้าในฮอลแลนด์นั้นมีอีกมากมาย ทั้งที่เป็นของบริษัทฮอลแลนด์เองและบริษัทนานาชาติ คุณจะได้พบเจออยู่ทั่วไป นี่เป็นแค่บางตัวอย่าง สำหรับคนเพิ่งมาใหม่ๆ และยังไม่รู้จักุถนนหนทางจะได้รู้จักร้านค้าไว้เป็นแนวทางนะคะ


Top
© 1999 Thai-Dutch.net All Rights Reserved
| Home | Tour by Smiley | RianDutch | Webboard | Copyright