การเดินทางโดยรถไฟในฮอลแลนด์ และยุโรป

  • ตั๋วชนิด pass สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย เยอรมันพาส สวิสพาส เบเนลักซ์พาส และอื่นๆ วางแผนการเที่ยวของคุณให้ดี แล้วเช็คราคาพาส เทียบกับราคารถไฟท้องถิ่นดูนะคะ
  • ตั๋วโซน Interrail สำหรับคนที่มี Resident permit ในยุโรป
  • NS trein รถไฟฮอลแลนด์ เส้นทาง ตารางรถ และราคาตั๋ว
  • รถไฟ Thalys วิ่งระหว่างฮอลแลนด์เบลเยี่ยมและฝรั่งเศส แนะนำตั๋วราคาถูกพิเศษ Thalys-Smilys และตั๋วลาสมินิต(ทุกวันอังคาร)
  • Bahn.de รถไฟเยอรมัน
  • รถไฟเบลเยี่ยม สามารถเช็คเส้นทางจากฮอลแลนด์มาเบลเยี่ยม และไปต่อยังลักเซมเบิร์กและฝรั่งเศสได้ด้วย
  • Euro pass เวบไซต์อย่างเป็นทางการขอตั๋ว Euro Pass
    ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ติดต่อ Gulliver's Travel Associates (GTA) และ DITS Travel
รถไฟ เป็นบริการขั้นพื้นฐานจากรัฐในทุกๆประเทศในยุโรป รถไฟของฮอลแลนด์และเบลเยี่ยม แบ่งได้เป็นสองชั้น(ตามราคาตั๋ว) ส่วนรถไฟจริงๆนั้น บ้างก็มีสองชั้น บ้างก็มีชั้นเดียว แต่ละคัน หน้าตาทั้งภายในและภายนอก แทบไม่เหมือนกัน เขาจะมีชื่อเป็นของตัวเอง สไตล์ใครสไตล์มัน รถในฮอลแลนด์ เกือบร้อยทั้งร้อยมีสีเหลือง-น้ำเงิน เป็นสัญลักษณ์

รถไฟที่นี่วิ่งแล้วเงียบ เพราะใช้พลังงานจากกระแสไฟฟ้า รางรถไฟจึงมีสายไฟอยู่ข้างบนไปตลอดทาง โชคดีที่ไฟฟ้าในฮอลแลนด์ไม่ค่อยมีดับๆติดๆตามอำเภอใจ ผู้โดยสารรถไฟก็เลยได้เดินทางอย่างมีความสุขจนถึงปลายทาง ในวันที่ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมเส้นทางเกิดอาการรวน อาจจะทำให้การเดินทางล่าช้าหน่อย ในฮอลแลนด์นั้น การประท้วงค่าเงินเดือนของพนักงานรถไฟมีไม่ค่อยบ่อยครั้ง และแต่ละครั้งมีการวางแผนล่วงหน้า พร้อมแจ้งผู้โดยสารไว้ก่อน เผื่อให้หาวิธีเดินทางอย่างอื่น ทำให้การเดินทางโดยรถไฟ เป็นที่น่าเชื่อถือและความปลอดภัยก็อยู่ในขั้นยอมรับได้ แต่ราคาก็ยังจัดว่าแพงอยู่ดี สำหรับคนไทย

การซื้อตั๋วรถไฟ Local ภายในเนเธอร์แลนด์ ไม่มีที่นั่งให้จอง ซื้อปั๊บจะมีแค่บอกวันที่กับเส้นทางเท่านั้น หรือถ้าเราจะซื้อล่วงหน้า ก็เลือกตั๋วแบบไม่ลงวันที่ได้อีกด้วย สมมุติว่าเราจะเดินทางไปเมืองหนึ่ง ที่มีรถไฟหลายสายผ่าน เราก็เลือกเอารถคันไหนก็ได้ที่ถึงที่หมายเร็วที่สุด เพราะรถไฟที่นี่มีหลายระบบ เช่นรถเร็ว (sneltrien) รถด่วนอินเตอร์ซิตี้ (intercity) รถหยุดมันทุกเมือง (stoptrein) ขึ้นไปแล้วก็ไปเดินเลือกที่นั่งเอาเอง เหมือนเล่นเก้าอี้ดนตรี หากโชคร้ายขึ้นไปรถช่วงที่คนกำลังเลิกงานพอดี ก็อาจจะได้ยืนฟรีตลอดสาย

ปัจจุบันเมื่อมาใช้ตั๋วแบบ OV chipkaart ก็จะสะดวกต่อการซื้อตั๋ว เมื่อคุณมีเงินเติมไว้เพียงพอในบัตร ก็สามารถแตะบัตรเพื่อเปิดประตูเข้าสู่ชานชาลาได้ แล้วค่อยไปแตะออกที่ปลายทาง(ของวันนั้นๆ ภายใน 6 ขั่วโมงนับจากแตะ check-in เข้าครั้งแรก) เมื่อทำการ check-out ระบบจะตัดจำนวนเงินตามระยะทางที่คุณเดินทางไปค่ะ

รถไฟนอกจากจะแบ่งเป็นสองชั้นแล้วตามความสะดวกสบายของราคาที่ผู้โดยสารจ่ายแล้ว ก็ยังแบ่งเป็นฝั่งที่สูบบุหรี่และไม่สูบบุหรี่ เป็นการดูแลผู้โดยสารที่รังเกียจบุหรี่ จะได้ไม่ต้องไปนั่งปะปนกะพวกสิงห์รมควัน พอนั่งไปได้สักพัก ก็จะมีคนตรวจตั๋วขึ้นมาขอตั๋วดู ทีนี้ละ ใครไม่มีตั๋วก็จะโดนปรับเป็นราคา 35 ยูโร ไม่รวมค่าเสียเวลาของเจ้าหน้าที่ และค่าโดยสารรถไฟจริงๆ ของเที่ยวนั้นด้วย การป้องกันการโดนปรับที่ดีที่สุดก็คือการเตรียมพร้อมมีตั๋วรถในกระเป๋าไว้ให้เสมอ

บัตรลดตั๋วรถไฟ Voordeelurenkaart

บัตรนี้เป็นบัตรแข็งคล้ายเครดิตการ์ด มีชื่อผุ้ถือบัตรและวันเกิด บัตรนี้ราคา 62 ยูโร(ราคาปี 2016) เมื่อคุณมีบัตรนี้อยู่ในมือ จะทำให้ซื้อตั๋วรถไฟสายภายในประเทศได้ในราคาลด 40 เปอร์เซ็นต์ โดยคุณจะมีเพื่อนร่วมทางเส้นทางเดียวกันที่ได้ส่วนลดแบบเดียวกันไปด้วยกันได้อีกสามคน (รวมเป็น 4) การขอซื้อตั๋วนี้ คุณต้องมีสถานที่ที่อยู่ในฮอลแลนด์ เพื่อให้เขาส่งบัตรตัวจริงมาให้ แต่ ณ เวลาที่คุณซื้อบัตร คุณจะได้บัตรอ่อน มาเป็นการชั่วคราว และจะมีอายุไม่เกิน 1 เดือนค่ะ (ถ้าคุณต้องการที่อยู่เพื่อการทำบัตรชนิดนี้ติดต่อสมาชิกคนไทยในเวบเราได้ค่ะ)

เมื่อคุณซื้อตั๋วรถไฟ ให้เลือกซื้อตั๋ว met korting ได้เลย โดยไม่ต้องโชว์บัตร Voordeelurenkaart แต่อย่างใด บัตรนี้ใช้โชว์เมื่อคนตรวจตั๋วต้องการดูหลักฐานว่า เพราะเหตุใดคุณถึงซื้อตั๋วรถไฟแบบราคาประหยัด คุณสามารถจะใช้บัตรนี้ซื้อตั๋วรถไฟและออกเดินทางได้หลัง 9 โมงเช้าในวันจันทร์-ศุกร์ และตลอดวันในวันหยุดสุดสัปดาห์ และช่วงฤดูร้อน ไม่จำกัดเวลา

ซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์ หรือตู้ขายอัตโนมัติ

การซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์ จะสะดวกสบายสำหรับคุณๆที่ต้องการซื้อตั๋วจำนวนมาก และไม่มีเงินเหรียญ ตั๋วหนึ่งใบมีค่า surchage 50 ยูโรเซ็นต์ และถ้าซื้อเกินสองใบ คุณเสียค่าบริการสูงสุดแค่ 1 ยูโรเท่านั้น (เจ้าหน้าที่ไม่รับธนบัตร 100, 200 และ 500 ยูโรนะคะ) ตั๋วรถไฟระหว่างประเทศ และตั๋วรถไฟพิเศษ คุณต้องซื้อจากเคาน์เตอร์ หรือตู้ขายแบบใช้การ์ดจ่ายเงินเท่านั้นค่ะ

ซื้อที่ตู้อัตโนมัติ มีสองตู้ให้เลือกคือ แบบใช้เงินสดได้ และแบบใช้การ์ด ขอแนะนำวิธีใช้แบบใช้เงินสด แบบนี้สะดวกสำหรับคนที่เดินทางคนเดียว ราคาตั๋วที่แพงที่่สุดในเส้นทางฮอลแลนด์ไม่เกิน 40 ยูโร ใช้เหรียญตั้งแต่ 10 ยูโรเซ็นต์ขึ้นไปค่ะ มาดูวิธีการกดตู้ซื้อตั๋วกันดังนี้คะ

  1. ดูหมายเลขเมืองที่คุณต้องการจะเดินทางไป คุณจะได้รหัสสี่ตัวมา
  2. จากตัวเลขนี้ กดปุ่มเลือกปลายทาง เครื่องจะบอกราคาที่คุณต้องจ่าย
  3. คุณต้องการตั๋วชั้นหนึ่ง 1e klas หรือชั้นสอง 2e klas
  4. ต่อมาคุณต้องกดปุ่มเลือกชนิดของตั๋ว ถ้าคุณมีบัตรลดข้างบนแล้ว เลือก met korting ถ้าไม่มีก็ zonder korting
  5. คุณเดินทางไปกลับ retour หรือขาเดียว enkel reis
  6. คุณเดินทางวันนี้ vandaag geldig หรือ zonder datum
  7. คุณเดินทางในวันสุดสัปดาห์ weekend retour หรือคุณต้องการซื้อตั๋วไปกลับในเส้นทางเดียวกันครั้งเดียว 5 ใบ

ตั๋วรถไฟโปรโมชั่น

มีอยู่เรื่อยๆตลอดปีค่ะ อย่างช่วงฤดูใบไม้ผลิก็จะมีตั๋วสำหรับเส้นทางพิเศษหลายๆเส้นทาง สำหรับคนรักธรรมชาติ ช่วงหน้าร้อนก็จะมีตั๋วซัมเมอร์ ซึ่งราคาถูกมาก และไม่ต้องใช้บัตรลด Voordeelurenkaart แต่อย่างใด ตั๋วแต่ละชนิดก็จะมีเงื่อนไขการใช้ต่างๆกัน ปัญหาเดียวสำหรับนักท่องเที่ยวก็คือ คุณจะอ่านภาษาดัชต์ไม่ออก และจะพลาดโอกาสที่จะได้รู้ว่ามีตั๋วถูกๆแบบนี้ให้เลือกซื้อด้วย ใครมีแผนเที่ยวก็แวะมาดูข่าวอัพเดทได้ที่หน้าแรกของเวบ หรือที่เวบบอร์ดนะคะ

ตั๋ววัน และพาสอื่นๆสำหรับฮอลแลนด์

ตั๋วประเภทนี้ไม่คุ้มกะราคาที่เสียไปเท่าที่ควร เพราะในฐานะนักท่องเที่ยว คุณอาจจะเดินทางจากหนึ่งเมืองไปอีกหนึ่งเมือง ซึ่งเมืองที่ไกลที่สุดก็ยังไม่แพงเท่ากับตั๋ววันนี้ ตั๋วชนิดนี้จะดีมาก ถ้าหากว่าคุณเดินทางขึ้นเหนือลงใ้ต้ที่ไปกันคนละเส้นทาง เช่นจากอัมสเตอร์ดัมไปมาสทริกซ์ หรือ จากรอตเตอร์ดัมไปโกรนิ่งเก้น ซึ่งระยะทางไกลเกิน 200 กิโลเมตร

การขึ้นลงรถไฟ

รถไฟภายในประเทศ ถ้าคุณซื้อตั๋วเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งเป็นตั๋ววันไปกลับแล้ว คุณสามารถจะลงได้ทุกสถานีที่อยู่ในเส้นทางนั้นๆ แล้วกลับมาขึ้นรถคันใหม่เพื่อเดินทางไปยังปลายทางที่คุณวางแผนเดินทางเอาไว้ได้ ตัวอย่างคือคุณซื้อตั๋ว Amsterdam – Rotterdam ไปกลับ ของวันที่ 20 ธันวาคม ในเช้าวันที่ 20 ธันวาคมนั้น คุณออกเดินทางหลัง 9 โมง(ถ้าคุณใช้บัตรลด Voordeelurenkaart) คุณเลือกรถไฟเวลา 9.05 ปลายทาง Roosendaal แต่ผ่าน Rotterdam คุณขึ้นไปแล้วเกิดเห็นว่าเมือง Leiden สวยดี มีกังหันลมมากมาย คุณก็ลงจากรถได้ ลงไปเดินเที่ยวเสียก่อน แล้วกลับมาใหม่ ขึ้นรถเวลา 10.08 ไปผ่านเมือง Den haag เข้าอีก เอ๊ะ เมืองนี้็ก็น่าแวะ แวะอีก 2 ชั่วโมง แล้วก็กลับขึ้นรถมาอีกคัน คันนี้เป็นรถไฟระหว่างประเทศ วิ่งไปบรัสเซลส์ แต่ไม่ใช่ทาลีส เพราะฉะนั้นคุณก็ขึ้นได้เลย พอรถผ่านที่ Rotterdam คุณก็ลงแล้วจัดการธุระให้เสร็จ ทีนี้มาถึง ขากลับ คุณขึ้นไปบนรถไฟ stoptrein แล้วเห็นเมือง Deflt ที่อยุ่ในเส้นทางขากลับ และคุณไม่ได้แวะตอนขามา เพราะรถไฟวิ่งระหว่างเมืองใหญ่เท่านั้น คุณก็แวะลงไปเดินได้อีกค่ะ ขึ้นๆลงๆ กี่รอบก็ได้ในเส้นทางที่คุณซื้อตั๋วมา แ่ต่ห้ามย้อนเส้นทาง ก่อนจะกลับให้ถึง Amsterdam ภายในรถไฟเที่ยวสุดท้ายของวันนั้นๆ

รถไฟระหว่างประเทศ

คุณสามารถใช้วิธีเดียวกันสำหรับการซื้อตั๋วรถไฟระหว่างประเทศ(ตู้อัตโนมัติแบบใช้เครดิตการ์ด) กับรถไฟภายในประเทศ สำหรับรถไฟระหว่างประเทศ(ที่ไม่ใช่ Thalys หรือ ICE ซึ่งสองการรถไฟนี้ต้องจองล่วงหน้า) รถไฟสำหรับไปเบลเยี่ยมนั้น คุณสามารถขึ้นได้ที่สถานี Amsterdam CS, Den haag HS, Rotterdam CS, Dordrecht, Roosendaal โดยรถไฟนี้จะมีสีแดงเหลือง หรือสีสันแปลกๆ(จากโบกี้ของเบลเยี่ยม) ต่างไปจากรถไฟธรรมดานิดหน่อย และผ่านแต่ละเมืองทุกๆ หนึ่งชั่วโมง คุณสามารถขึ้นได้เลย โดยไม่ต้องจองไว้ก่อน แค่มีตั๋วในมือก็พอแล้ว สำหรับคนที่ใช้บริการรถไฟภายในประเทศระหว่างเมืองใหญ่ (ที่กล่าวมา) คุณก็สามารถขึ้นไปใช้บริการได้ เหมือนรถไฟ Intercity ทั่วไปค่ะ


Top
© 1999 Thai-Dutch.net All Rights Reserved
| Home | Tour by Smiley | RianDutch | Webboard | Copyright